งานบทความที่เกี่ยวกับพลังงานทั้ง ๒๐ ชิ้นที่อาจารย์ประสาท มีแต้ม ได้ใช้ความอุตสาหะวิริยะสืบค้นลงลึกออกมาตีแผ่ให้เป็นที่ประจักษ์ในหนังสือ “ปิโตรธิปไตย” เป็นสิ่งยืนยันได้ในประเด็นทางวิชาการที่กล่าวมาแต่เบื้องต้น
ในแง่นี้อาจารย์ประสาท มีแต้มจึงหลุดพ้นจากการเป็น “ครูคณิตศาสตร์” ที่เป็น “เทคโนแครต” เข้าสู่ความเป็น “นักคิด” อย่างสง่างาม (ซึ่งผมไม่แน่ใจนักว่าดอกเตอร์ทางคณิตศาสตร์ในประเทศนี้จะเป็นได้สักกี่คน)
ในทัศนะของผม นี่เป็นคุณูปการยิ่งต่อสังคมวิชาการที่ล้าหลังอย่างประเทศไทย
ผมจึงอ่านงานเกี่ยวกับการขุดค้นตีแผ่เรื่อง “การสร้างความเท็จเรื่องพลังงานของระบบทุนผูกขาด” ของอาจารย์ประสาทอย่างเป็นความสุขด้วยอาการ “สมารมณ์”
และงานที่เปี่ยมเต็มไปด้วย “จินตนาการ” บนฐานของ “ข้อเท็จจริง” ของอาจารย์ประสาทชุดนี้เองที่ทำให้ผมได้ประจักษ์ว่า คำกล่าวของนักคณิตศาสตร์-ฟิสิกส์ลือนามที่ชื่ออัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ คือแก่นของ “สัจจะ”
“กฎสามประการของการทำงานได้แก่ ภายใต้ความสลับซับซ้อนที่ความเรียบง่ายแฝงอยู่ ภายใต้ความขัดแย้งไม่สอดคล้อง มีความเป็นเอกภาพแฝงอยู่ และท่ามกลางปัญหาอุปสรรคความยากลำบาก มีโอกาสและช่องทางใหม่ๆ แฝงเร้นอยู่ ...”
แล้วจะกล่าวอะไรได้อีก, นอกจาก-ขอบคุณ
สถาพร ศรีสัจจัง
ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (๒๕๔๘)