ภาษาไทย
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก   รถเข็น
ค้นหา:
     สถิติของร้านค้า
เปิดร้านเมื่อ 03/05/2549
ปรับปรุงร้านเมื่อ 26/08/2551
ผู้ชมร้านทั้งหมด
155054
eXTReMe Tracker
สินค้าทั้งหมด 180
     จดหมายข่าว

กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ



รายละเอียดสินค้า/บริการ
Outsider in Cinema / อุทิศ เหมะมูล - คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดรูปจริง
Outsider in Cinema / อุทิศ เหมะมูล

Tell a Friend

Outsider in Cinema / อุทิศ เหมะมูล

รหัสสินค้า: 000190
ปกติ 250.00 บาท  
ราคาพิเศษ 210.00 บาท

ประหยัด 40.00 บาท
พิมพ์ครั้งแรก: เมษายน 2551
โดย: อุทิศ เหมะมูล
รายละเอียด: สารบัญ:

Part 1 ผู้กำกับของคนนอก

Part 2 ครรลองและโมงยามแห่งชีวิต

Part 3 ลิขิตชีวิตวัยเยาว์

Part 4 (ข้อสังเกตเกี่ยวกับ) ชุมชนของโลก, บ้านเมืองของเรา

Part 5 วังวนปริศนา

Part 6 คนกับเมือง

คำนิยม

ผมลงมือกับข้อเขียนชิ้นนี้หลังจากที่ Anthony Minghella จากโลกนี้ไป 4 วัน ผู้กำกับชื่อดังท่านนี้ทิ้งหนังอังกฤษน่าสนใจ 8 เรื่องไว้ให้คิดถึง (เช่น The English Patient, Truly Madly Deeply และ The Talented Mr. Ripley) อุทิศ เหมะมูล ไม่ได้เขียนถึงหนังของ Minghella ในหนังสือเล่มนี้หรอกครับ แต่ก็มีบางสิ่งที่เชื่อมโยงกันได้

เพราะอุทิศ ‘อุทิศ’ หนังสือเล่มนี้ให้กับ Krzysztof Kieslowski ผู้กำกับในดวงใจของเขา ซึ่งหนึ่งในดาราคู่บุญของ Kieslowski ก็คือ Juliette Binoche บังเอิญจริงๆ ที่ Binoche ก็เป็นดาราคู่บุญของ Minghella เช่นกัน (นอกจากนี้ยังมีความบังเอิญอีกครับ เพราะ Kieslowski ก็เป็นผู้กำกับเบอร์หนึ่งของผมเช่นกัน หนังเรื่อง Three Colors : Blue ของเขาทำให้ผมอยากเป็นนักวิจารณ์)

ตกลงไอ้ความบังเอิญเหล่านี้ (ทั้งการที่ชอบ Kieslowski เหมือนกัน, หรือการที่ทั้งสองผู้กำกับผู้ล่วงลับหลงใหลใน Binoche เหมือนกัน) เป็นความบังเอิญปกติ หรือเรื่องไม่บังเอิญกันแน่

ถ้าเป็นไปตามตรรกะในหนังของ Kieslowski ทั้งอุทิศ, ผม, Binoche, Kieslowski และ Minghella ล้วนเป็นแค่คนที่อาศัยอยู่ในโลกเดียวกัน ผมอาศัยอยู่ในแฟลตเบอร์ 1 อุทิศอยู่ที่แฟลตเบอร์ 2 Binoche อยู่ที่แฟลตเบอร์ 3 (ส่วน Kieslowski และ Minghella อยู่บนสวรรค์เรียบร้อยแล้ว) พวกเราทั้งสามคนไม่เคยเจอหน้ากัน – ผมไม่เคยพบอุทิศเลยครับ และผมมั่นใจแน่ๆ ว่าอุทิศคงไม่เคยพบ Binoche แน่ๆ พวกเราแทบจะเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน แต่ละคนมีความสุขและพบความเจ็บปวด แต่พวกเราทั้งหลายก็บังเอิญเดินสวนผ่านไปมา กลายเป็นตัวประกอบให้กับหนังชีวิตที่แต่ละคนเป็นตัวเอก

อย่างไรก็ดี ผมกำลังจะคิดแย้งกับตรรกะของ Kieslowski ครับ เพราะผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกที่ผม อุทิศ Binoche และคุณๆ ที่กำลังอ่านบรรทัดนี้อยู่จะรู้จักกันผ่านงานเขียน ผ่านผลงาน เคยดูหนังเรื่องเดียวกัน หรือดูหนังทั้งหลายที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ในรูปแบบ ‘ดีวีดี’

มิใช่ ‘วิดีโอ’ และมิใช่ ‘bit torrent’

ที่เราล้วนมีประสบการณ์คล้ายกันนั้นมิใช่เรื่องบังเอิญ ที่เราเคยต้องไปคุ้ยวิดีโอหนังอาร์ตกล่องแดงๆ น้ำเงินๆ ในร้านแคบๆ ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือที่เราต้องนั่งรถไปเช่าหนังพวกนี้ที่ร้านเฟมก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

แต่เป็นเพราะเราเป็นคนยุคเดียวกันต่างหาก

วันนึงจะไม่มีใครรู้จักเรา วันนึงฟิล์มไวรัส –ซึ่งเป็นสถานที่เติมเต็มชีวิตของอุทิศและผม- ก็คงเปลี่ยนแปลงไป วันนึงคนรุ่นใหม่ๆ จะไม่ได้หลงใหล Binoche, Kieslowski, Haneke, Cronenberg, Van Sant, Kiarostami ฯลฯ สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร มันเกิดขึ้นมาแล้วและจะเกิดขึ้นต่อไป เหมือนที่คนรุ่นผมหลงรัก Kiyoshi Kurosawa มากกว่า Akira Kurosawa

ความคิดเกี่ยวกับ ‘คนรุ่นเดียวกัน’ ที่เขียนอยู่นี้เกิดขึ้นหลังจากอ่านต้นฉบับที่อุทิศส่งมาให้ เพราะหนังเหล่านี้คือหนังที่ผมรู้จัก หนังที่ควานหาได้ตามแผงดีวีดีในเมืองไทย พ. ศ. นี้ ผมเชื่อว่าหนังเหล่านี้คือสิ่งหล่อเลี้ยงความหิวกระหายภาพยนตร์ศิลปะสำหรับนักดูหนังศิลปะในปัจจุบัน (แต่มันจะไม่ใช่หนังที่ในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีนักดูหนังรุ่นใหม่ๆ มาคลั่งไคล้ – อย่างมากสุดก็คงเป็นแค่บางเรื่องเท่านั้น)

อุทิศเขียนในคำนำของหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ไปก่อนหน้านี้ ว่ามันเป็นสมุดบันทึกชีวิตเขาในยุคสมัยหนึ่ง ผมเองก็เชื่อว่าในหนังสือรวมบทวิจารณ์เล่มนี้ ก็เป็นไดอารี่การดูหนัง -ทั้งของอุทิศและของคนอื่นๆ- ในยุคสมัยหนึ่งเช่นกัน

ที่เรียกว่าไดอารี่เพราะอุทิศมีโอกาสตีพิมพ์บันทึกเหล่านี้ทุกๆ สัปดาห์ (ผ่านทางนิตยสาร Movie Time) นั่นเป็นข้อบังคับว่าอุทิศต้องเขียนถึงหนัง 4 เรื่องต่อเดือน โชคดีที่เขาไม่ใช่เด็กมัธยมที่หัดเขียนไดอารี่ (ชนิดที่เขียนไม่ถึงปีก็เลิกเขียนซะแล้ว) แต่มีวินัยเพียงพอที่ผลิตงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

หนังที่อุทิศเลือกมาเขียนก็หลากหลาย สัดส่วนของหนังเก่าและใหม่ รวมทั้งการจัดหมวดหมู่ก็มีเสน่ห์ อุทิศยังเป็นคนไม่ขี้เกียจอีกด้วย อย่างน้อยเขาก็กล้าเขียนในคำนำว่าเขาไม่เคยเขียนงานชุ่ยๆ ออกไปไม่ว่าระยะเวลาจะบีบรัดเพียงใดก็ตาม ซึ่งผมว่ามีหลายคนไม่กล้าเขียนประโยคดังกล่าวนะ (อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่ง)

และที่ผมยกย่องเป็นพิเศษคือ อุทิศมีความสามารถสูงในการจับประเด็นและแยกย่อยความน่าสนใจของหนังเรื่องหนึ่งๆ อย่างพอเหมาะทั้งที่เขามีพื้นที่ในการเขียนต้นฉบับเพียงแค่ 1 1/2 หน้ากระดาษ A 4 เท่านั้นเอง (ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ผมทำไม่ได้เลยครับ โดยเฉพาะกับหนังที่หลงรักแล้ว ยิ่งไม่สามารถเขียนให้กระชับได้เลย)

ดูอย่างบทวิจารณ์เรื่อง Junebug อุทิศเริ่มต้นด้วยการให้ข้อมูลอย่างละเอียดถึงความเป็นคนใต้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหนัง จากนั้นวกเข้ากระแสรางวัลออสการ์ซึ่งเป็นที่สนใจในช่วงเวลานั้น จากนั้นเขาวิเคราะห์ตัวละครนางเอกอย่างละเอียดไปพร้อมๆ กับเล่าเรื่องคร่าวๆ และวิเคราะห์ตัวละครอื่นๆ อย่างพอประมาณ จากนั้นก็บรรยายความงดงามของหนังและวิเคราะห์ความเป็นมนุษย์ โดยเว้นพื้นให้คนอ่านได้ใช้จินตนาการอย่างพอประมาณ ชนิดที่ไม่ว่าคนที่ดูหนังเรื่องนี้ไปแล้ว หรือยังไม่ได้ดู ก็อ่านได้ทั้งนั้น

เขียนแบบนี้กับ Junebug อาจจะยังไม่ยากมาก แต่อุทิศก็ใช้พื้นที่ขนาดเดียวกันเขียนหนังปราบเซียน อย่างหนังของ Godard (Contempt), Guy Maddin (Tales From The Gimli Hospital) Phillip Garrel (Regular Lovers), Alexander Kluge และ Ulrike Ottinger ซึ่งการเขียนถึงหนังที่ดูยากเหล่านี้ให้อ่านง่ายนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ

ที่ผมคิดว่าอุทิศเป็นนักเขียนที่น่าสนใจมากๆ เพราะอุทิศยืนอยู่ในทุกๆ ด้านของงานศิลปะ เขาเป็นทั้งศิลปิน (อุทิศเขียนเรื่องสั้นและนิยายที่ท้าทายวงการวรรณกรรมเสมอๆ) เป็นนักวิจารณ์ (อย่างหนังสือเล่มนี้) และเป็นผู้อ่านวรรณกรรม/ผู้เสพงานศิลปะ จุดที่ผมคิดว่าแปลกดีในงานเขียนของอุทิศก็คือ เวลาเขียนเรื่องแต่ง อุทิศจะใช้ชีวิตของเขาเป็นวัตถุดิบอย่างเต็มที่ ชนิดที่ผมชื่นชมในความกล้าเปิดเผยตัวตนของอุทิศเสมอๆ แต่เมื่อเขียนงานวิจารณ์ เขาก็สามารถซ่อนตัวตนไว้ในซอกหลืบ และปล่อยให้หนังเรื่องนั้นๆ เป็นตัวเอกแทน

สุดท้ายนี้ก็ขอแค่เป็นกำลังใจให้อุทิศเขียนไดอารี่อย่างนี้ต่อไป ทั้งเพื่อตัวเอง (เพราะการทำงานที่ตัวเองรักโดยมีผลตอบแทนเป็นตัวเงินนับเป็นเรื่องประเสริฐมาก) ทั้งเพื่อศิลปะ เพื่อคนรุ่นเดียวกัน และผมมีความหวังว่างานของอุทิศจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไปลุกขึ้นมาเขียนไดอารี่ให้กับเจอเนอเรชั่นของเขา

ด้วยมิตรภาพ

ไกรวุฒิ จุลพงศธร

นักวิจารณ์, BISOCOPE
03/06/2551 (update 03/06/2551)
     สินค้า/บริการ แนะนํา
ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ / ตุล ไวฑูรเกียรติ
100.00 บ.
85.00 บ.
รหัสดนตรีพลิกวิถีโลก / วีระ สมบูรณ์
195.00 บ.
165.00 บ.
๒o ปี ปาฐกถาพิเศษ ป๋วย อึ๊งภากรณ์
450.00 บ.
380.00 บ.
ล่องคลื่นโลกาภิวัตน์ 1: The World is Round / สฤณี อาชวานันทกุล
165.00 บ.
140.00 บ.
ก่อนตะวันฉาย "ฉาน" / พันเอกเจ้ายอดศึก นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว และ นวลแก้ว บูรพวัฒน์
195.00 บ.
165.00 บ.
ศตวรรษจีน / วรศักดิ์ มหัทธโนบล
165.00 บ.
140.00 บ.
ภูฏาน อารยธรรมแห่งสุดท้าย / สฤณี อาชวานันทกุล
190.00 บ.
160.00 บ.
open conversation
280.00 บ.
235.00 บ.
POSTMODERN / ไชยันต์ ไชยพร
250.00 บ.
210.00 บ.
 
หน้าแรก | สินค้า/บริการ | เว็บบอร์ด | เกี่ยวกับเรา | บทความ | วิธีการชําระเงิน | ติดต่อเรา
© 2001-2007. TARAD.com. All Rights Reserved.